3 อนิเมชั่นจากค่าย STUDIO GHIBI ที่คุณควรดู

อนิเมชั่น ถือได้ว่าเป็นสื่อบันเทิงที่อยู่คู่กับเด็กๆมาหลายยุคหลายสมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศญี่ปุ่นที่เป็นเสมือนเสาหลักของอุตสาหกรรมการผลิตอนิเมชั่น ส่งผลให้มีค่ายผลิตอนิเมชั่นก่อตั้งขึ้นมากมาย ซึ่งวันนี้ทาง Simapan จะพาผู้อ่านทุกท่านมาดู 3 อนิเมชั่นที่คุณควรดูกัน จะมีเรื่องไหนบ้างไปดูกันเลย

Mononoke Princess

Mononoke Princess หรือ เจ้าหญิงจิตวิญญาณแห่งพงไพร  เป็นหนึ่งในผลงานที่นำเสนอรู้แบบความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และธรรมชาติได้อย่างลงตัว          อาชิตะกะเจ้าชายองค์สุดท้ายแห่งเอะมิชิได้ต่อสู้กับปีศาจหมูป่ายักษ์ที่รุกเข้ามาทำลายหมู่บ้านจนเขาได้รับบาดเจ็บ บาดแผลที่อาชิตะกะได้รับเป็นคำสาปที่จะค่อยๆคร่าชีวิตของเขาในไม่ช้า เขาจึงได้ตัดสินใจออกเดินทางออกจากหมู่บ้านเพื่อหาหนทางล้างคำสาป จนได้เข้าไปพัวผันกับสงครามระหว่างกลุ่มซามูไรแห่งเมืองโลหะนคร และเด็กสาวที่หมาป่าเก็บมาเลี้ยง นำไปสู่เรื่องราวอัศจรรย์เหนือธรรมชาติ          เรื่องราวของโมโนโนเกะ พรินเซสนั้นมีเนื้อหาที่ซับซ้อนถึงการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์และธรรมชาติ มนุษย์นั้นมีความต้องการที่มากเกินไปจนส่งผลเสียให้พวกเขาทำลายแหล่งต้นกำเนิดของสรรพชีวิตด้วยน้ำมือตนเอง ถ้าไม่มีใครปกป้องธรรมชาติ ซักวันหนึ่งมนุษย์จะไม่เหลืออะไรเลย นั้นคือสิ่งที่อนิเมชั่นเรื่องนี้ต้องการสื่อให้ผู้ชมได้ขบคิดกัน

อนิเมชั่น

Grave of the Fireflies

อนิเมชั่น

      Grave of the Fireflies เป็นอนิเมชั่นสุดดราม่าที่เรียกได้ว่าหากได้ดูซักครั้งเป็นต้องร้องไห้ กับเรื่อง Grave of the Fireflies หรือในชื่อไทย สุสานหิ่งห้อย  โดยอนิเมชั่นได้ดัดแปลงมาจากหนังสืออัตชีวประวัติของ อาคิยูกิ โนซากะ ผู้สูญเสียน้องสาว ด้วยสาเหตุจากการขาดอาหารระหว่างสงคราม          เป็นเรื่องราวความรักความสัมพันธ์ของสองพี่น้องที่อาศัยอยู่ในเมืองโกเบประเทศญี่ปุ่น เป็นเหตุการณ์ที่เกิดระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 เซตะ โยโกกาวา อายุ 14 ปี และเซซึโกะ อายุ 4 ขวบ ที่ต้องสูญเสียแม่ไปจากการทิ้งระเบิดของอเมริกา บ้านเองก็ถูกไฟไหม้ทั้งหลัง ทำให้สองพี่น้องใช้ชีวิตอย่างลำบาก นานวันเข้าอาหารที่มีอยู่ก็เริ่มหมด และเซซีโกะก็เริ่มป่วย ทำให้เซตะต้องพยายามทุกวิถีทางเพื่อหาอาหารมาให้กับน้องสาวแม้จะต้องฝ่าระเบิดเพื่อเข้าไปขโมยอาหารตามบ้านต่างๆในช่วงที่ผู้คนพากันหนีตาย แต่สุดท้ายท้ายความตายก็ได้พรากเอาน้องสาวเพียงคนเดียวของเขาไปอย่างไม่มีวันกลับ ตั้งแต่นั้นมาเซตะก็เก็บกระดูกของน้องสาวติดตัวไปตลอดจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต         เรื่องสุสานหิ่งห้อยนั้น จะเปรียบหิ่งห้อยที่มีชีวิตอยู่ได้ไม่กี่วัน เหมือนกับชีวิตเด็กๆที่อดอยากไม่มีกิน เนื่องจากผลจากการกระทำของสิ่งใดก็ตาม และยังเปรียบแสงของหิ่งห้อยเหมือนความหวังอันริบหรี่ของเด็กๆที่สุดท้ายความหวังอันนั้นก็ดับไปพร้อมก็แสงสว่างของหิ่งห้อยยามเมื่อมันเสียชีวิตลง     

Spirited Away

อนิเมชั่น

        มาถึงอันดับที่1 อย่าง Spirited Away หรือในชื่อไทย มิติโลกวิญญาณ ที่การันตีด้วยรางวัลมากมาย ด้วยรางวัลภาพยนตร์แอนิเมชันยอดเยี่ยมในการประกาศผลรางวัลอแคเดมีครั้งที่ 75, รางวัลหมีทองคำในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเบอร์ลินและเทศกาลดังกล่าวจัดให้เป็นหนึ่งในภาพยนตร์สิบเรื่องที่เด็กอายุสิบสี่ปีแล้วควรชม นอกจากนี้ ใน พ.ศ. 2545 ก็ได้รับเลือกเป็นแอนิเมชันยิ่งใหญ่ที่สุด อันดับที่ 8 ในอันดับแอนิมชันยอดเยี่ยมร้อยเรื่อง รางวัลมากมายขนาดนี้ไม่ดูไม่ได้แล้วจิฮิโระ โองิโนะ เด็กหญิงวัยสิบปี ย้ายบ้านไปกับพ่อแม่ ขณะขับรถยนต์ไปเมืองใหม่ พวกเขาเกิดหลงทางและพบสวนสนุกร้างเข้า พ่อแม่ของจิฮิโระลงจากรถไปสำรวจรอบๆแล้วไปพบกับร้านแผงลอยเข้าทั้งสองจึงนั่งรับประทานอาหารกัน ในขณะที่จิฮิโระบังเอิญเดินไปพบเข้ากับโรงอาบน้ำมหึมาและเด็กหนุ่มปริศนาที่พยายามไล่เธอให้กลับไป จิฮิโระพยายามกลับไปหาพ่อแม่ แต่กลายเป็นว่าทั้งสองคนกลายเป็นหมูไปเสียแล้ว ทำให้จิฮิโระต้องติดอยู่ในโลกวิญญาณแห่งนี้ โดยได้รับความช่วยเหลือจากเด็กหนุ่มที่ชื่อ ฮาคุ เพื่อหาหนทางกลับไปยังโลกมนุษย์พร้อมกับช่วยพ่อแม่ที่กลายเป็นหมูโดยแก่นหลักของเรื่องที่ต้องการจะสื่อนั้นแสดงถึงพัฒนาการของจิฮิโระ ที่อยู่ก้ำกึ่งระหว่างเด็กและผู้ใหญ่ ความฝันและความเป็นจริง และยังพูดถึงวัฒนธรรมของญี่ปุ่นที่ควรค่าแก่การรักษาสืบต่อ และสะท้อนถึงมนุษย์ที่เริ่มมีการทำลายธรรมชาติ ปล่อยมลพิษลงสู่ทะเล